แอตแลนติส นครที่หายสาบสูญ

แอตแลนติส นครที่หายสาบสูญ (Atlantis) อาณาจักรในอุดมคติที่เหล่าทวยเทพสร้างขึ้น คนดีมีคุณธรรม เมืองก้าวหน้า ทันสมัย มีเทคโนโลยีสูง กำแพงเมืองทำด้วยทองคำ วัดที่ทำด้วยเงิน มีอัญมณีและแร่ธาตุมากมายในแผ่นดิน สัตว์ที่อาศัยอยู่ล้วนแต่เป็นสัตว์ที่สวยงามและหายากหาดูที่ไหนไม่ได้นอกจากที่นี่ “

แค่อ่านข้อความข้างต้นจากหนังสือของ เพลโต นักปรัชญาชาวกรีกที่เขียนหลายร้อยปีก่อนคริสต์ศักราช ดังนั้นเราจึงสามารถจินตนาการได้ว่าอาณาจักรใต้น้ำของแอตแลนติสจะสวยงามราวกับสวรรค์ได้อย่างไร ตอนนี้ด้วยหนังซูเปอร์ฮีโร่ Aquaman ที่กำลังเข้ามา ก็ยิ่งเติมเต็มจินตนาการของใครหลายๆ คนได้มากเท่านั้น ประชาชนชัดเจนขึ้นกว่าเดิม เสียอย่างเดียวไม่มีใครบอกเราได้ว่ามันมีอยู่จริงหรือไม่… และถ้ามีจริงๆ ล่ะ ตำแหน่งของมันจะอยู่ส่วนใดของโลก เอาเป็นว่าเรามาลองตามรอยไปพร้อมๆ กันดีกว่าครับ

แอตแลนติส นครที่หายสาบสูญ ยูโทเปียที่เทพสรรสร้าง

บันทึกของ เพลโต  เกี่ยวกับ แอตแลนติส นครที่หายสาบสูญ  เขียนขึ้นประมาณ 360 ปีก่อนคริสตกาล (ประมาณ 9,000 ปีต่อมาจากแอตแลนติส) โดยผู้สร้างกึ่งเทพ ตั้งชื่อเมืองตามลูกชายของเขา เทพเจ้าที่ใหญ่ที่สุดของ โพไซดอน ชื่อแอตลาส (Atlas) โดยให้เกาะเป็นกำแพง แบ่งเป็นวงซ้อนกัน 5 วง โดยมีสะพานเชื่อมระหว่างวง และเรือเดินสมุทรแล่นเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ นอกจากนี้ ชาวเมืองยังมีการศึกษา มีเทคโนโลยีเฉพาะที่ก้าวล้ำ มีความสามารถในการศึกและมีคุณธรรมสูง

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไป แอตแลนติสล่มสลายโดยไม่ทราบสาเหตุ บางคนบอกว่ามีการต่อสู้ที่หายนะอยู่ภายใน บ้างก็ว่าเป็นเพราะภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ แต่ถ้าจะกล่าวตามตำนานก็เพราะว่าชาวเมืองมีศีลธรรมเสื่อมถอย มีการแก่งแย่งชิงดี ฉ้อฉล เห็นแก่ตัว ฯลฯ จนทวยเทพพิโรธ และทำลายเมืองทั้งปวงด้วยแห่งเปลวเพลิง และแผ่นดินไหว

สำหรับที่ตั้งของแอตแลนติส มีความเป็นไปได้มากมาย เช่น ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่ซึ่งนักประดาน้ำบางคนพบเหมืองทองคำที่นั่น ชายฝั่งตะวันตกของแอฟริกา และในมหาสมุทรแปซิฟิก แอตแลนติก และมหาสมุทรอาร์กติก
จากหนังสือ Atlantis: the Antediluvian World ประมาณการอาณาเขตของ Atlantis (ก่อนจะจมลงสู่ทะเล) จะเห็นว่าความเวิ้งว้างอันกว้างใหญ่ กินจากทวีปอเมริกา ยุโรป แอฟริกา และเอเชียเลยทีเดียว

ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็นทะเลระหว่างทวีป ระหว่างทวีปยุโรปกับอนาโตเลียทางตอนเหนือ. แอฟริกาตอนใต้และเอเชียตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2.5 ล้านตารางกิโลเมตร  และเชื่อมต่อกับมหาสมุทรแอตแลนติกผ่านช่องแคบยิบรอลตาร์ แสดงถึงลักษณะของทะเลที่ล้อมรอบด้วยแผ่นดิน ตามหลักฐานทางธรณีวิทยา ทะเลเมดิเตอเรเนียนถูกตัดขาดจากมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อ 5.9 ล้านปีก่อนและแห้งสนิทเป็นเวลาประมาณ 600,000 ปีก่อนน้ำท่วมใหญ่ วิกฤตการณ์ความเค็มของเมสสิยานิก เติมระดับน้ำระหว่างการ Sanclean

แดนอารยธรรมในประวัติศาสตร์ หรือยูโทเปียในอุดมคติ

อย่างที่ทราบกันดีว่างานเขียนหลายชิ้นของเพลโตมีอิทธิพลอย่างมากต่อแนวคิดตะวันตกในยุคต่อๆ มา แต่ด้วยเรื่องราวของแอตแลนติสกลับไม่สามารถหาข้อมูลได้เลย บันทึกประวัติศาสตร์ก่อนยุคเพลโต ราวกับว่าเพลโตเป็นผู้แต่งเรื่อง แต่เพลโตเองก็เป็นนักปรัชญาแห่งยุค การเขียนเรื่องใดๆ ก็ตาม ไม่ควรแต่งขึ้นโดยไม่มีเหตุผล แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีใครค้นพบแอตแลนติสได้สำเร็จ หรือนี่อาจจะเป็นแค่นิทานเตือนใจคนรุ่นหลัง ถึงความจริงในแง่ที่ว่า เมื่อสิ่งใดเจริญถึงจุดสูงสุด ความเสื่อมย่อมตามมา เป็นเรื่องธรรมดา

Aquaman จากคอมมิคฮีโร่ สู่แผ่นฟิล์มที่ชุบชีวิต Atlantis กลับมาอีกครั้ง

จากกระแสภาพยนตร์ Aquaman ในปัจจุบัน ฮีโร่จากทะเลแห่งค่าย DC น่าจะสร้างความประทับใจให้ผู้ชมได้อย่างง่ายดาย และปลุกความสนใจในอาณาจักรใต้น้ำแห่งนี้ให้มากขึ้น ซึ่งยังคงใช้ตำนานดั้งเดิมจากบันทึกของเพลโตแล้วนำมาเพิ่มรสชาติให้กับอาวุธในตำนาน ‘ตรีศูลแห่งโพไซดอน’ มากขึ้น 

คำทำนายอาจกลายเป็นจริง

ในปี 1940 เคซีย์ทำนายว่าบางส่วนของแอตแลนติสจะโผล่ขึ้นมาใกล้กับบริเวณนั้น ” หมู่เกาะบาฮามาส ” (ระหว่างปี 2511-2512) ปรากฎว่าคำทำนายของเคซีย์กลายเป็นจริง ซากเมืองใต้ดินใกล้กับหมู่เกาะบาฮามาสถูกค้นพบโดยถูกจัดวางอย่างประณีต เสมือนใช้เทคโนโลยีทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมชั้นสูง หินบางก้อนใหญ่เท่ารถบรรทุก ลำพังจะใช้กำลังคนมาช่วยกันจัดแถวก็คงไม่ไหว

เคซีย์ทำนายต่อไปว่าภัยพิบัติร้ายแรงจะทำให้อาณาจักรอันกว้างใหญ่ของแอตแลนติสล่มสลายและจมลงสู่ก้นทะเลลึกซึ่งจะเกิดขึ้นในหลายส่วนของโลก เคซีย์กล่าวว่าในยุคแรกๆ ของโลกเรา เมื่อประมาณ 10.5 ล้านปีก่อน อารยธรรมเกิดขึ้นและสลายตัวหลายครั้ง

ยุครุ่งเรืองของแอตแลนติสอยู่ระหว่าง 200,000 ถึง 10,700 ปีก่อนคริสตกาล คือจากประมาณ 13,000 ปีย้อนหลัง และจะมีอายุประมาณ 80,000-900,000 ปี นี่คือบางส่วนของคำทำนายของ “เอสคาร์ เคซีย์” ที่ทำนายอดีตของโลกเรานับแสนนับล้านปี
อันที่จริงสิ่งที่เขาทำนายไว้คงต้องรอนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ในโลกปัจจุบันมาพิสูจน์ให้ชัดเจนในอนาคต ซึ่งนักสำรวจทั่วโลกได้มุ่งค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจากบันทึกของเพลโตเอง

Atlantis เป็นเรื่องงานเขียนของ “เพลโต” ที่ผู้คนสนใจ ซึ่งเป็นบทสนทนาเกี่ยวกับบรรพบุรุษของเขาที่เล่าสืบต่อกันมา แอตแลนติสเป็นประเทศเกาะ (ระหว่าง 11,500 ปีที่แล้ว) ซึ่งได้พัฒนาอารยธรรมให้เจริญรุดหน้า ส่วนสาเหตุการล่มสลายของแผ่นดินนี้อาจมาจากภัยธรรมชาติหรือจากตำนานเทพเจ้าที่กล่าวว่า..
ชาวแอตแลนติสต่างโลภและกระหายอำนาจ ทวยเทพจึงลงทัณฑ์ด้วยการทำลายเมืองในที่สุด นอกจากนี้ยังมีผู้ที่สงสัยว่าแอตแลนติสที่แท้จริงอาจเป็นเพียงจินตนาการของเพลโต ความเจริญรุ่งเรืองของอารยธรรมนี้ได้ดึงดูดนักประวัติศาสตร์และนักสำรวจให้ค้นหาตำแหน่งของแอตแลนติส

ตำแหน่งของอาณาจักรแอตแลนติสอยู่ไหน ? ตำแหน่งที่ 1

ตำแหน่งที่ 1
แอตแลนติสได้ตั้งอยู่เลยเสาของ “เสาเฮอร์คิวลีส” ออกไป ซึ่งก็คือทุกวันนี้ ดังนั้นแอตแลนติสจึงควรอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยสันนิษฐานว่า “อะซอเรส มาริราส หรือคานารี” ในที่สุด การศึกษาทางโบราณคดีของเกาะเหล่านี้ไม่ได้ให้หลักฐานใดๆ ว่าอาณาจักรแห่งแอตแลนติสมีอยู่จริง

ตำแหน่งที่ 2
เมื่อไม่มีหลักฐานในมหาสมุทรแอตแลนติก ผู้คนที่เชื่อในอาณาจักรแอตแลนติสหันไปใช้คำพูดของเพลโตว่า “Pilars of Hercules” เป็น “Dardanelles” ของทะเลดำ (Black Sea) มากกว่าช่องแคบยิบรอลตาร์ ดังนั้นการค้นหาแอตแลนติสจึงย้ายจากมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแทน

โดย “โรเบิร์ต ซาร์มาสท์” (Robert Sarmast) นักวิจัยจากสหรัฐอเมริกา ค้นพบว่า แอ่งน้ำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจมลงในช่วงน้ำท่วมใหญ่เมื่อประมาณ 1,900 ปีก่อนคริสตกาล สันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของแอตแลนติส
พื้นที่ดังกล่าวจมอยู่ใต้ทะเลประมาณหนึ่งไมล์ระหว่างไซปรัสและซีเรีย การสแกนเสียงสะท้อนที่จมอยู่ใต้น้ำลึกแสดงให้เห็นว่ามีกิจกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นในหุบเขาที่จมอยู่ใต้น้ำ รวมถึงกำแพงยาว 3 กิโลเมตรที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาและล้อมรอบด้วยคูน้ำลึก เชื่อว่าบริเวณดังกล่าวน่าจะเป็นที่ตั้งของวิหารแห่งแอตแลนติส

ตำแหน่งที่ 3
แต่การค้นพบของเขาก็ถูกโต้แย้งโดย “คริสเตียน ฮูบเชอร์” (Christian Huebscher) นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน จากศูนย์วิทยาศาสตร์ทางทะเลในฮัมบรูก ก็ออกมาแย้งผ่านหนังสือพิมพ์เยอรมนีว่า พื้นที่ที่ซาร์แมสต์พบนั้นเป็นปรากฏการณ์เมื่อ 100,000 ปีที่แล้ว ที่ภูเขาไฟใต้ทะเลได้พ่นดินโคลนออกมา ซึ่งเขาและเพื่อนร่วมงานชาวเนเธอร์แลนด์เคยเดินเรือไปสำรวจบริเวณที่ซาร์แมสต์ระบุว่าเป็นแอตแลนติสมาก่อนแล้ว ซึ่งสิ่งที่ซาร์แมสต์กล่าวไม่เป็นความจริง
ซึ่งก่อนหน้านี้นักสำรวจได้พุ่งเป้าไปที่ชายฝั่งของสเปน คิวบา และทางตะวันตกของเกาะอังกฤษไม่เว้นแม้กระทั้งทะเลจีนใต้ โดยงานสำรวจที่เป็นชิ้นเป็นอันนั้นก่อนหน้านี้คือภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณ “อุทยานแห่งชาติกรานาด้า” ของสเปน
จากนักโบราณคดีของมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเอดินเบิร์กของอังกฤษ ซึ่งภาพดังกล่าวได้พบสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ รูปสี่เหลี่ยม 2 หลังจมอยู่ในโคลนใต้ทะเล โดยพบโลหะที่มีรัศมีเป็นวงกลมและมีสิ่งก่อสร้างอื่นๆล้อมรอบ

อาณาจักรแอตแลนติสสร้างเพื่อใคร

ทีมวิจัยในขณะนั้นเชื่อว่าอาคารทั้งสองหลังคือ “วัดทอง” ที่แอตแลนติสสร้างขึ้นเพื่อบูชา ” โพไซดอน  ” แห่งท้องทะเลและ “วิหารเงิน” เพื่อบูชาพระราชินีคลิโต ”  (ภริยาของโพไซดอน) ซึ่งถือกำเนิดเป็นกษัตริย์ผู้ปกครองแอตแลนติส แต่หลังจากปล่อยภาพถ่ายดาวเทียมแล้ว พื้นที่ดังกล่าวก็ยังไม่มีการขุดค้น

เกาะนี้มีขนาดใหญ่กว่าแอฟริกาและเอเชียรวมกันมาก และตั้งอยู่ตรงข้ามช่องแคบระหว่าง “The Monolith of Hercules” เกาะ Atlantis ถูกปกครองโดยราชวงศ์ผู้ทรงอำนาจที่ปกครอง ไม่เพียงแต่เกาะนี้แต่ยังมีเกาะแผ่นดินใหญ่อื่นๆ ด้วย ราชาธิปไตยที่ปกครองแอฟริกาเหนือไกลถึงอียิปต์และยุโรปใต้ เท่าที่อิตาลี ราชวงศ์ปกครองของแอตแลนติสล้วนเป็น “ทายาทแห่งโพไซดอน”

แผ่นดินถูกแบ่งระหว่างบุตร 10 คน ลูกชายคนโตเป็นราชาแห่งเกาะทั้งหมด เกาะนี้ถูกเรียกว่า “แอตแลนติส” และมหาสมุทรถูกเรียกว่า “แอตแลนติก” เพราะกษัตริย์องค์แรกมีชื่อว่า “แอตลาส” (Atlas) ) ลูกชายคนอื่น ๆ จัดสรรดินแดน เชื้อสายของ King Atlas เติบโตขึ้นอย่างมากในราชวงศ์ที่ร่ำรวย และไม่เคยมีราชวงศ์ใดประสบความสำเร็จมาก่อน

ในอาณาจักรแอตแลนติสมีอะไรบ้าง

Atlantis ไม่ได้สั่งสินค้าจากภายนอกเท่านั้น แต่พวกเขาผลิตเกือบทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน ทั้งโลหะแข็ง โลหะอ่อน และทองเหลือง “Orichalcum” ถือเป็นโลหะและทองคำที่มีค่าที่สุด เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้เขียวขจีทุกหนทุกแห่ง สภาพอากาศที่ยอดเยี่ยมทำให้ผลไม้สุกปีละสองครั้งมีช้างและสัตว์อื่น ๆ มากมายในแผ่นดิน ทั้งสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง เมืองบนเขา กลางเกาะ มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3,000 ฟุต เป็นเมืองลึกลับ สะพานนี้สร้างข้ามช่องแคบทะเลโดยโพไซดอน มีการขุดคลองจากเมืองไปยังทะเลและป้อมปราการที่เคลือบสารตะกั่ว Orishacum ทองเหลืองและแดง
ที่ใจกลางเมืองคือพระบรมมหาราชวังและมหาวิหารแห่ง ” โพไซดอน  ” ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ล้อมรอบด้วยกำแพงที่ปกคลุมด้วยเงิน หอคอยสีทองตระหง่านเหนือหลังคาสีงาช้าง

ภายในพระอุโบสถมีพระทองคำองค์ใหญ่ วาดโดยม้ามีปีก 6 ตัว ล้อมรอบด้วยเชือกทะเล ปลาโลมาหลายร้อยตัว และด้านนอกวัดเป็นอนุสาวรีย์ทองคำของเจ้าชายแห่งแอตแลนติสทั้งหมดพร้อมนางสนม
และบนเกาะมีน้ำพุร้อนและน้ำเย็นสำหรับแช่ตัว มีน้ำพุประดับสวนสาธารณะและสวนผลไม้ มีโรงยิมสำหรับผู้ชายและม้า มีสนามม้าขนาดใหญ่ ค่ายทหาร ห้องรักษาการณ์ อู่เรือเต็มไปด้วยเรือสินค้าและเรือทหาร
ที่ราบของเมืองล้อมรอบด้วยภูเขาและลำคลอง มีความลึก 100 ฟุต กว้าง 600 ฟุต และยาวกว่า 3,000 ไมล์ และกษัตริย์ทั้ง 10 พระองค์ได้สาบานว่าจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อเผชิญกับสงคราม และพวกเขามียานรบ 10,000 คัน กองเรือมีมากกว่า 1,000 ลำ

การล่มสลายของอาณาจักรแอตแลนติส

แอตแลนติส นครที่หายสาบสูญ เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนบนเกาะก็กลายเป็นพลเมืองที่เคารพกฎหมาย กษัตริย์ของพวกเขาปกครองอย่างยุติธรรม แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วอายุคน ความดีของจิตใจก็ลดน้อยลง และในใจมีแต่ความทะเยอทะยานโดยไม่คำนึงถึงธรรมบัญญัติ หลงใหลในอำนาจอย่างบ้าคลั่ง

แล้ว “ซุส” (ซุส) ราชาแห่งทวยเทพ ตระหนักถึงความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นกับชาวแอตแลนติส เขาลงโทษพวกเขาและตัดสินใจลงโทษอาณาจักรแอตแลนติสทันที โดยซุสเรียกเหล่าทวยเทพมารวมกัน แล้วเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และน้ำท่วมใหญ่ทั้งกลางวันและกลางคืน แผ่นดินแตกแยกและกลืนกินนักรบชาวเอเธนส์ทั้งหมด ในขณะที่เกาะที่ยิ่งใหญ่ของ “ผู้คนแห่งแอตแลนติส” ก็หายไปในทะเลมาจนถึงทุกวันนี้

จนถึงทุกวันนี้ ผืนน้ำในมหาสมุทร ณ ตำแหน่งนั้นตื้นและไม่สามารถผ่านไปได้ ก่อตัวเป็นโคลนโคลนจากพื้นดิน เมื่อเกาะแอตแลนติสพังทลายและหายไป ดังนั้น คนเดียวที่บันทึกอาณาจักรนี้คือ “เพลโต” คนเดียวที่พูดมันออกมา แต่ไม่มีใครสามารถรู้ได้อย่างแน่นอน 100% ว่าเพลโตเขียนอะไรไว้ มันเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเรื่องโกหก?หรือเป็นเพียงอาณาจักรที่ไม่มีอยู่จริง? แต่เป็นเพียงนวนิยายที่เขียนขึ้นเองโดยใช้ภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ให้ค่อนข้างสมจริงตามหนังสือของเพลโตเรื่อง “สาธารณรัฐ” (The Republic)

แต่ถึงแม้เพลโตจะเขียนเรื่องนี้โดยอาศัยข้อมูลจากหลายๆ ที่ แต่ก็ยังมีคนอีกมากที่ไม่เชื่อว่า “แอตแลนติส” ทั้งหมดเป็นนิยาย คนเหล่านี้มีความรู้สึกว่า “แอตแลนติส” มีอยู่จริงและยังคงมองหามันอยู่ สำรวจก้นมหาสมุทรและปรารถนาเห็นความยิ่งใหญ่ของ “อาณาจักรอันยิ่งใหญ่แห่งแอตแลนติส” นี้